วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

 
คนไทยชอบออกกำลังกายมากแค่ไหน   ??
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและสามารถช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง  การออกกำลังกายมีผลดีกับร่างกายเราหลายอย่างเราอาจจะรู้กันอยู่แล้วว่า ร่างกายของคนถูกสร้างขึ้นมาให้มีการเคลื่อนไหว เพื่อความเจริญเติบโตและรักษาสภาพการทำงานที่ดีเอาไว้  การเคลื่อนไหวน้อยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกายไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของสมรรถภาพทางกายหรือสุขภาพ แต่ยังเป็นสาเหตุของความผิดปกติของร่างกายและโรคร้ายหลายชนิดที่ป้องกันได้ในทางการแพทย์ การออกกำลังกายอาจเปรียบได้กับยาสารพัดประโยชน์ เพราะใช้เป็นยาบำรุงก็ได้ เป็นยาป้องกันก็ได้ และเป็นยาบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสภาพร่างกายก็ได้ แต่ขึ้นชื่อว่ายาแล้วไม่ว่าจะวิเศษเพียงไรก็จะต้องใช้ด้วยขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสมกับคนแต่ละคน การใช้โดยไม่คำนึงถึงขนาดหรือปริมาณที่เหมาะสมนอกจากอาจไม่ได้ผลแล้วยังอาจเกิดโทษจากยาได้ด้วย ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้                                                                   
                ในปัจจุบันคนไทยหันมาออกกำลังกายมากกว่าเมื่อก่อนเพราะตอนนี้ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกายกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกกินอาหารหรือการออกกำลังกายและจากสถิติที่ผ่านมาพบว่าคนไทยและคนทั่วโลกมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นมาก สาเหตุที่สำคัญเกิดจากความไม่สมดุลของการรับประทานอาหารและการออกกาลังกาย นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง กระดูกพรุน โรคอ้วนและโรคมะเร็งบางชนิด เมื่อท่านได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพร่วมกับการออกกาลังกายอย่างเหมาะสมจะทำให้ท่านมีสุขภาพที่ดี สมาคมโภชนาการ สมาคมความดันโลหิตสูงได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการรับประทานอาหารซึ่งไม่เน้นเฉพาะพลังงานอย่างเดียว แต่จะเน้นเรื่องสารอาหาร และการออกกาลังกายด้วย  เราอาจจะเห็นคนส่วนมากที่ใช้การออกกำลังกายเพื่อที่จะมีหุ่นดีเหมือนนาง แบบ ประโยชน์หลักๆของการออกกำลังกายก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นช่วยทำให้ระบบ อวัยวะต่างๆภายในร่างกายมีการเคลื่อนไหว แข็งแรง คงทน และทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและอดทนยิ่งขึ้น ทำให้ทรวดทรงสง่างาม ทำให้ร่างกายมีการพัฒนาการตามวัยและแข็งแรง ทำให้จิตใจแจ่มใส ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด หัวใจทำงานดีขึ้นเพื่อป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และช่วยให้ไม่เป็นลมหน้ามืดง่าย ช่วยผ่อนคลายความเครียด ไม่ซึมเศร้า ไม่วิตกกังวลสุขภาพจิตดีขึ้น และนอนหลับสบาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ควบคุมน้ำหนักตัว แต่ถ้าเราไม่ออกกำลังกายเลยมันก็มีโทษเหมือนกัน เช่น การเจริญเติบโต การขยายขนาดในด้านความสูงของร่างกายขึ้นอยู่กับความยาวของกระดูก การออกกำลังกายจะทำให้กระดูกของวัยรุ่นมีแข็งแกร่ง คงทนและมีความหนา ทั้งนี้ เนื่องจากมีการเพิ่มการสะสมแร่ธาตุพวกแคลเซียมในกระดูก วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายกระดูกจะเล็ก เปราะบาง และขยายด้านความยาวได้ไม่เท่าที่ควร ทำให้เติบโตช้า แคระแกร็น รูปร่างทรวดทรง โครงกระดูกและกล้ามเนื้อที่ปกคลุมอยู่ รูปร่างของมนุษย์ เมื่อกระดูกมีการเจริญเติบโตน้อยและช้า กล้ามเนื้อมีปริมาณน้อยเพราะขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้วัยรุ่นมีรูปร่างผอมบางไม่แข็งแรง วัยรุ่นบางคนกินอาหารมากแต่ขาดการออกกำลังกายอาจมี ไขมันใต้ผิวหนังมาก ทำให้เกิดโรคอ้วน โรคภาวะโภชนาการเกิน และมีกล้ามเนื้อน้อย และทำให้การตึงตัวของกล้ามเนื้อเพื่อคงรูปร่างในสภาพที่ถูกต้องเสียไป ทำให้ทรวดทรงของวัยรุ่นไม่สมส่วน คือ มีรูปร่างผอมบาง หรือ อ้วน และไม่สมประกอบ เช่น ขาโก่งหรือเข่าชิดกัน ศีรษะเอียง หรือตัวเอียง เป็นต้น สุขภาพทั่วไป วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายจะอ่อนแอ มีความต้านทานโรคต่ำ เจ็บป่วยได้ง่าย เมื่อเกิดการเจ็บป่วยจะรักษาหายช้า และมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ซึ่งปัญหานี้จะผลกระทบจนถึงวัยผู้ใหญ่ สมรรถภาพทางกายการออกกำลังกายมีผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางกายในด้านต่างๆ การออกกำลังกายชนิดที่ใช้แรงกล้ามเนื้อจะทำให้ความแข็งแรงเพิ่มขึ้น และการออกกำลังกายแบบไม่หนักมากแต่ใช้เวลานานติดต่อกันทำให้เพิ่มความอดทน โดยเพิ่มสมรรถภาพของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายจะมีข้อเสียเปรียบในการเรียนวิชาพลศึกษาหรือ เล่นกีฬา และมีการประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาทต่ำ ทำให้ปฏิกิริยาในการหลีกเลี่ยงอันตรายต่ำด้วย จึงมักได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติภัยได้ง่าย ด้านสังคมและจิตใจ การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นกลุ่มจะทำให้วัยรุ่น รู้จักปรับตัวเข้ากับสังคม ในด้านส่วนตัววัยรุ่นจะมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีจิตใจร่าเริง วัยรุ่นที่ขาดการออกกำลังกายมักเก็บตัว มีเพื่อนน้อย บางรายหันไปหาอบายมุขหรือพวกยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมปัจจุบัน วัยรุ่นที่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะมีนิสัยชอบออก กำลังกายติดตัวไปด้วย



2.  จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันประชาชนมีแนวโน้มของการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยผู้ชายมีอัตราการออกกำลังกายสูงกว่าผู้หญิงและผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลมีอัตราการออกกำลังกายสูงกว่านอกเขตเทศบาลแต่อย่างไรก็ตามพบว่าผู้หญิงและผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีแนวโน้มของการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่ผู้ชายและผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลมีอัตราการออกกำลังกายค่อนข้างคงที่และมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย


 2.1 ความถี่ในการออกกำลังกายของประชากร 
                                                                                                                          
            สำหรับความถี่ในการออกกำลังกายต่อสัปดาห์พบว่า ในปี 2550 ประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไปที่ออกกำลังกายส่วนใหญ่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คือ ออกกำลังกาย 3-5 วัน (ร้อยละ 38.2) รองลงมา 6-7 วัน (ร้อยละ 28.2) และน้อยกว่า 3 วัน(ร้อยละ 21.6) ตามลำดับ สำหรับการออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ มีน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 12.0 ซึ่งความถี่ในการออกกำลังกายไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา




 2.2 ช่วงวัยของประชากรที่ออกกำลังกาย (ปี 2550)

          เมื่อพิจารณาผู้ที่ออกกำลังกายจำนวน 16.3 ล้านคน ตามกลุ่มอายุ 4 กลุ่ม พบว่าพบว่าประชากรกลุ่มวัยเด็กออกกำลังกายมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งส่วนใหญ่อาจเป็นเพราะกลุ่มนี้อยู่ในวัยเรียน การเล่นกีฬาหรือการออกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนโดยมีอัตราการออกกำลังกายสูงถึงร้อยละ 73.1 รองลงมา เป็นกลุ่มเยาวชนและประชากรสูงอายุ คือ ร้อยละ 45.4 และ 28.0 ตามลำดับส่วนประชากรวัยทำงานมีอัตราการออกกำลังกายน้อยที่สุดคือ ร้อยละ 19.7 ทั้งนี้อัตราการออกกำลังกายของชายสูงกว่าหญิงในทุกกลุ่มช่วงวัย




 2.3 จากการศึกษาคนที่ออกกำลังกายทั่วราชอาณาจักรจะเห็นได้ว่าจำนวนประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไปมีจำนวน 55031.05 คน แต่มีคนที่ออกกำลังกายมากถึง 16318.967 คน จากสถิติเราก็จะเห็นว่าผู้ชายออกกำลังกายมากกว่าผู้หญิงโดยผู้ชายออกกำลังกาย  8765.967  คน ส่วนผู้หญิงจากที่มีจำนวนมากกว่าผู้ชายกลับออกกำลังกายแค่  7552.958  คน




 2.4 จากจำนวนประชากรในแต่ละภาคมีจำนวนประชากรที่ต่างกันพบว่าประชากรอายุ11 ปีขึ้นไปภาคอีสานจะมีจำนวนเยอะกว่าภาคอื่นๆลองลงมาคือภาคกลาง  ภาคใต้และภาคเหนือจากสิติพบว่าภาคที่ออกกำลังกายมากที่สุดคือภาคอีสานที่มีจำนวนคนออกกำลังกาย  5376.427 คน  ลองลงมาภาคกลางมีจำนวน 3324.264 คน  ภาคใต้ 2788.343 คนและ ภาคเหนือ 2817.545 คน



 
สรุป
จากการสำรวจการออกกำลังกายของจำนวนประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไป จำแนกตามการออกกำลังกาย กลุ่ม อายุ เพศ เขตการปกครองและภาค ปี พ.ศ. 2550 พบว่าคนไทยออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนๆที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วยเพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้นจากสถิติที่ว่ามาโดยผู้ชายมีอัตราการออกกำลังกายสูงกว่าผู้หญิงและผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลมีอัตราการออกกำลังกายสูงกว่านอกเขตเทศบาล แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้หญิงและผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีแนวโน้มของการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆและเราจะเห็นว่าประชากรกลุ่มวัยเด็กออกกำลังกายมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งส่วนใหญ่อาจเป็นเพราะกลุ่มนี้อยู่ในวัยเรียน การเล่นกีฬาหรือการออกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนโดยมีอัตราการออกกำลังกายสูงถึงร้อยละ 73.1 รองลงมา เป็นกลุ่มเยาวชนและประชากรสูงอายุ คือ ร้อยละ 45.4 และ 28.0 ตามลำดับส่วนประชากรวัยทำงานมีอัตราการออกกำลังกายน้อยที่สุดคือ ร้อยละ 19.7 ทั้งนี้อัตราการออกกำลังกายของชายสูงกว่าหญิงในทุกกลุ่มช่วงวัย




อ้างอิง
 

1 ความคิดเห็น: